
เนื้อหาสาระข่าว/บทวิเคราะห์: แม้ว่าที่ตั้งของภูมิภาคแคริบเบียนจะอยู่คนละมุมโลกกับภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญกับความขัดแย้งและสภาวะสงครามที่ตึงเครียดมากที่สุดจุดหนึ่งของโลก จนดูเหมือนว่าไม่น่าที่จะได้รับผลกระทบมากมายนักจากความขัดแย้งดังกล่าว แต่ด้วยโครงสร้างของระบบห่วงโซ่อุปทานสินค้าของประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาค กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ไม่ว่าจะเป็นสินค้าพลังงาน สินค้าเกี่ยวกับเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอาหาร ล้วนพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าของภูมิภาคแคริบเบียนไม่ว่าทั้งในทางตรงและทางอ้อม หนักหนากว่าหลายภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
ถ้อยแถลงของนาย Wendell Samuel ผู้ช่วยเลขาธิการประชาคมและตลาดร่วมแคริบเบียน หรือ CARICOM (Caribbean Community and Common Market) ในการประชุมว่าด้วยอุตสาหกรรมเกษตรในภูมิภาคแคริบเบียนและลาตินอเมริกา จัดโดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations หรือ FAO) ระบุว่าความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดในขณะนี้ คือภัยความไม่มั่นคงทางอาหาร (Food Insecurity) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากข้อเท็จจริงที่ภูมิภาคแคริบเบียนพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหาร พลังงาน ปุ๋ย ตลอดจนระบบการขนส่งสินค้าในระดับที่สูงมาก จนทำให้เมื่อเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ระบบเศรษฐกิจภายในภูมิภาคจึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าอาหาร จากฐานข้อมูลล่าสุดของ CARICOM ชี้ให้เห็นว่าภูมิภาคแคริบเบียนพึ่งพาการนำเข้าอาหารโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 80 - 90% ของปริมาณการบริโภคทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.37 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเท่ากับประมาณ 5% ของ GDP ทั้งหมดของภูมิภาค โดยจากทั้งหมดนั้น ประเทศตรินิแดดและโตเบโกมีอัตราการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารมากที่สุด ถึง 96.2% ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ต่างพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารเกินครึ่งหนึ่ง

แผนภาพที่ 1: แสดงข้อมูลอัตราการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารหลักของประเทศในแคริบเบียน
แสดงข้อมูลประเทศ 10 อันดับแรก จากปี 2020 ถึงปีล่าสุดที่ปรากฎข้อมูล
ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคแคริบเบียน ต้องถือว่าเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าเป็นหลัก (Import-Dependent Economies) ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าทางตรงจากประเทศผู้ส่งออกต้นทาง ซึ่งส่วนมากก็คือจากสหรัฐฯ และจากประเทศในแถบลาตินอเมริกาซึ่งระยะทางใกล้ไม่ไกลกันมาก โดยในกรณีการนำเข้าจากสหรัฐฯ นั้นจะรวมถึงการนำเข้าสินค้าในลักษณะกระจายสินค้าต่อมาอีกทอดหนึ่งด้วย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการนำเข้ารูปแบบลักษณะใด ราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นอันเป็นผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็ยิ่งทำให้ราคาสินค้าอาหารและสินค้าโภคภัณฑ์นำเข้าที่จำเป็นปรับตัวสูงขึ้นอย่างไร้เสถียรภาพ (Price Instability) ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็อาจทำให้ในท้ายที่สุดสินค้าอาหารขาดตลาด โดยภูมิภาคแคริบเบียนไม่มีทางเลือกอื่น
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจในประเทศแคริบเบียน ค่าแรงและรายได้ของผู้คนส่วนใหญ่คงไม่อาจที่จะรองรับการปรับตัวสูงขึ้นแบบเท่าทวีคูณไปได้ตลอด และแม้ว่ารัฐบาลของบางประเทศกำลังเริ่มพิจารณาใช้มาตรการให้การช่วยเหลือในรูปแบบเงินอุดหนุนสินค้าอาหาร แต่ก็ไม่สามารถพยุงไปได้นานภายใต้ความขัดแย้งที่ยากจะคาดเดา ซ้ำร้ายอาจก่อให้เกิดปัญหาทางการคลัง และปัญหาทางการเมืองและนโยบายตามมา ซึ่งอาจยกระดับปัญหาความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน ไปสู่ปัญหาระดับประเทศได้
อย่างไรก็ดี ในระดับภูมิภาคนั้น CARICOM กำลังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการนำเสนอร่างแนวทางนโยบายในการรับมือกับปัญหาความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค ซึ่งจะประกอบไปด้วยแนวทางการรับมือปัญหาทั้งในระยะยสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดในการสร้างให้ประเทศในภูมิภาคแคริบเบียนลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารให้ได้มากที่สุด โดยมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างระบบเกษตรกรรมในภูมิภาค โดยเริ่มจากการวางแผนรอบการเพาะปลูกพืชแต่ละชนิดให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการปุ๋ย ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์ และแสวงหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยมากขึ้น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และมาตรการในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของประเทศสมาชิกในภูมิภาคต่อไป
ข้อเสนอแนะ: ปัจจุบันสินค้าจากประเทศไทยที่ส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคแคริบเบียนได้แก่กลุ่มสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์และส่วนประกอบ และกลุ่มสินค้าอาหารเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการนำเข้ามากที่สุด แต่ด้วยปัจจัยด้านจำนวนประชากรและรายได้ต่อหัว จำเป็นต้องใช้การกระจายสินค้าต่ออีกทอดหนึ่งจากท่าเรือเมืองสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะเมืองในสหรัฐฯ อาทิ ในรัฐฟลอริดา รัฐจอร์เจีย รัฐนิวยอร์ก เพื่อประโยชน์สูงสุด หากต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นจากสภาวะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ย่อมส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของประเทศในแถบทะเลแคริบเบียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การส่งออกสินค้าจากประเทศไทยมายังแคริบเบียน จำเป็นต้องอาศัยช่วงเวลาที่เหมาะสม และการวางแผนการส่งออกอย่างใกล้ชิดร่วมกับผู้นำเข้าในพื้นที่ ตลอดจนแสวงหาการขนส่งสินค้าที่จะยังสามารถคงศักยภาพการแข่งขันให้กับสินค้าไทย
แหล่งสืบค้น/อ้างอิงข้อมูล:
1) “Mideast War threatens Food Security in Caribbean, CARICOM Official Warns” โดย Sashana Small จาก The Jamaica Gleaner
2) “Caribbean Farmers Face Uncertainty as Middle East War Disrupts Global Food Systems”
โดย Kellarey Miles จาก Jamaica Observer
3) “The Caribbean is Being Forced to Reconsider Trade Dependence on the U.S.” โดย Sir Ronald Sander จาก The New Today
4) “Grocery Giants Key to Region’s Food Security Push” โดย Ryan Bachoo จาก Trinidad and Tobago Guardianสคต. ไมอามี /วันที่ 17 เมษายน 2569