fb
เม็กซิโกคุมเข้มรายงาน ESG ทุกภาคธุรกิจ ยกระดับความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อม

เม็กซิโกคุมเข้มรายงาน ESG ทุกภาคธุรกิจ ยกระดับความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อม

โดย
Natsaran
ลงเมื่อ 17 เมษายน 2569 15:00
สคต. ณ กรุงเม็กซิโก (เม็กซิโก) (TTC, Mexico City (Mexico))
4
1

เม็กซิโกก้าวเข้าสู่ปี 2026 ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านกฎระเบียบธุรกิจ โดยภาครัฐได้ยกระดับมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืน (ESG: Environmental, Social and Governance) จากเดิมที่เป็นแนวปฏิบัติโดยสมัครใจ ไปสู่การบังคับใช้ตามกฎหมาย ครอบคลุมทั้งบริษัทจดทะเบียนและภาคธุรกิจในวงกว้าง สะท้อนทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจเม็กซิโกที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระดับโครงสร้าง


หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน (CNBV) ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล IFRS S1 และ S2 อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำหนดมาตรฐานบัญชี (CINIF) ได้ออกมาตรฐาน Normas de Información de Sostenibilidad (NIS) ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนกว่า 30 รายการให้บริษัทต้องเปิดเผยควบคู่กับงบการเงิน


สาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่การรายงานด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลความยั่งยืนเข้ากับผลกระทบทางการเงินของธุรกิจโดยตรง โดยเฉพาะประเด็นด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงาน และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ความสามารถในการแข่งขัน และแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต


การกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจึงทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเรื่องภาพลักษณ์องค์กรอีกต่อไป แต่กลายเป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนและคู่ค้าใช้ประเมินความเสี่ยงและศักยภาพของธุรกิจ ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องจัดเก็บและบริหารข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างเป็นระบบมากขึ้น


ในขณะเดียวกัน มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป และข้อกำหนดด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐอเมริกา ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องเปิดเผยข้อมูลด้านคาร์บอนอย่างโปร่งใส เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อการส่งออกและต้นทุนทางภาษีในอนาคต  โดยบริษัทที่สามารถจัดการและเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนได้ตามข้อกำหนด จะมีความได้เปรียบในการสร้างความเชื่อมั่นกับคู่ค้าและเข้าถึงตลาดที่มีมูลค่าสูง ขณะที่บริษัทที่ไม่สามารถปรับตัวได้อาจเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านต้นทุนและโอกาสทางการค้าในระยะต่อไป การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบของเม็กซิโกในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางการเงินและการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าและการลงทุนในเม็กซิโก


โอกาส/ผลกระทบของผู้ประกอบการไทย ข้อกำหนดด้านความยั่งยืนนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการในเม็กซิโกจำเป็นต้องคัดเลือกคู่ค้าที่สามารถแสดงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยผู้ประกอบการไทยสามารถเริ่มจากการพัฒนาสินค้าและข้อมูลให้สอดคล้องกับข้อกำหนด เช่น ผู้ผลิตอาหารแปรรูปของไทยสามารถระบุข้อมูล Carbon Footprint บนบรรจุภัณฑ์ หรือใช้ QR Code เพื่อแสดงแหล่งที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบได้ (Traceability) ซึ่งจะช่วยให้ผู้นำเข้าในเม็กซิโกสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการจัดทำรายงาน ESG ได้โดยตรง
สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกหรือบรรจุภัณฑ์จากวัสดุชีวภาพ (Biodegradable Packaging) ของไทย อาจเพิ่มข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการปล่อยคาร์บอน หรือการใช้วัสดุรีไซเคิล เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของโรงงานในเม็กซิโกที่ต้องรายงานข้อมูลตามข้อกำหนดใหม่ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการถูกคัดเลือกเป็นซัพพลายเออร์
นอกจากนี้ ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ผู้ผลิตชิ้นส่วนจากไทยสามารถใช้กรณีตัวอย่างของบริษัทข้ามชาติที่เริ่มคัดเลือกซัพพลายเออร์จากความสามารถในการรายงาน Scope 3 Emissions (การปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน) เป็นเกณฑ์สำคัญ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่สามารถจัดทำข้อมูลดังกล่าวได้จะมีโอกาสในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมยานยนต์เม็กซิโกซึ่งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาคอเมริกาเหนือ

 


 

สคต. ณ กรุงเม็กซิโก

แหล่งที่มา

https://mexicobusiness.news/sustainability/news/mexicos-new-mandatory-era-corporate-sustainability?tag=policyandeconomy 
 

Share :
Instagram